1. การปลูกถ่ายเส้นผม  ในปัจจุบัน มีวิธีการหลักๆ 2 วิธี  คือ    การผ่าตัด( FUT, Follicular Unit Transplantation) และการเจาะสกัดรากผม ( Follicular Unit Extraction)  ในความเป็นจริงนั้น  แต่ละวิธี มีข้อดีข้อด้อยต่างๆกัน  ผู้ป่วยแต่ละคนจำเป็นต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของตน ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีการปลูกถ่ายเส้นผม–  o การผ่าตัด( FUT, Follicular Unit Transplantation) สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยส่วนใหญ่  ในช่วงชีวิตคนเรา  สามารถทำการผ่าตัดปลูกถ่ายเส้นผมด้วยวิธีนี้ ได้ถึง 5-6 ครั้ง หากมีสภาพหนังศีรษะยืดหยุ่นเพียงพอ  สามารถสกัดเส้นผมจากหนังศีรษะได้จำนวนมาก  และเมื่อทำการผ่าตัดอย่างพิถีพิถัน  รอยแผลเป็นจะเป็นเพียงเส้นบางๆ  และถูกปกปิดได้โดยเส้นผมข้างเคียง–  o การเจาะสกัดรากผม ( Follicular Unit Extraction) หรือที่รู้จักกันในนาม “ปลูกผมไร้แผลเป็น” นั่นเอง  วิธีนี้สามารถเจาะสกัดเอาเส้นผมทำละกอ  ออกจากหนังศีรษะ  โดยรอยเจาะจะกระจายอยู่บนหนังศีรษะ  เมื่อเกิดการหายของแผล จะดูเสมือนไม่มีแผลเป็น เนื่องจากมีการหดของผิวหนังโดยรอบ ดึงเอาเส้นผมรอบๆเข้ามาปกปิด  ดังนั้น ไม่สามารถเจาะสกัดรากผมเรียงเส้นชิดเส้นได้  เนื่องจากจะก่อให้เกิดแผลเป็นขนาดใหญ่ตามมาได้  และจำเป็นต้องใช้บริเวณค่อนข้างกว้างในการเลือกเจาะเส้นผม  ข้อดีคือสามารถทำได้ในผู้ป่วยทุกราย  ไม่มีการเย็บแผล  สามารถสกัดเอารากผมจากร่างกายส่วนอื่นมาปลูกถ่ายบนหนังศีรษะ  หรือในทางกลับกัน สามารถสกัดย้ายเส้นผมจากหนังศีรษะ มาปลูกถ่ายบนร่างกายส่วนอื่นๆได้ เช่น  คิ้ว  หนวด เครา เป็นต้น
  2. ภาวะผมบาง ผมร่วงจากสาเหตุอื่นๆ   มีหลายเหตุปัจจัยที่ทำให้ผมร่วง ผมบาง สาเหตุเหล่านี้  มักเป็นเพียงชั่วคราว เมื่อแพทย์สืบค้นสาเหตุพบและให้การรักษา  เส้นผมจะค่อยๆงอกกลับคืนมาดังเดิม สาเหตุข้างต้น ได้แก่  การเจ็บป่วยเฉียบพลัน  ภาวะขาดสารอาหาร   โรคต่อมไร้ท่อ  โรคทางจิตบางประเภท รวมถึงโรคผิวหนังบางประเภท เช่นเชื้อราบนหนังศีรษะ

การรักษา คือการสืบค้นหาสาเหตุและให้การรักษาตามสาเหตุ