ภาวะหนังตาตก

พญ.ปัฐมา วงศ์วัฒนะเดช พ.บ. ว.ว.(จักษุวิทยา)
ศัลยกรรมจักษุตกแต่งและเสริมสร้าง
จักษุวิทยา

ภาวะหนังตาตก (Blepharoptosis หรือ Ptosis)

คือ ภาวะที่เปลือกตาบนอยู่ต่ำกว่าระดับปกติ โดยปกติแล้วตําแหน่งของขอบเปลือกตาบนจะอยู่ต่ำกว่าขอบกระจกตาดําด้าน บนแค่ประมาณ1-2 มิลลิเมตร หากตําแหน่งขอบเปลือกตาบนอยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าวนี้จะถือว่ามีภาวะหนังตาตก

 

ภาวะหนังตาตกเป็นสาเหตุที่พบบ่อยว่ามีความผิดปกติของลานสายตาและการมองเห็นแคบลง ทําให้เกิดปัญหาตามัวลง เนื่องจากหนังตาที่ตกไปบดบังปริมาณแสงที่เข้าสู่ดวงตาให้มีปริมาณน้อยลง มี ปัญหาในการใช้สายตาอ่านหนังสือ เนื่องจากภาวะหนังตาตกจะรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีการมองลง นอกจากนี้ อาจเกิดอาการปวดเกร็งลูกตา ปวดเกร็งบริเวณคิ้วและหน้าผาก จากการใช้กล้ามเนื้อหน้าผากและคิ้วเกร็ง ยกหนังตาบนที่ตกตลอดเวลา

 

ภาวะหนังตาตกทำให้เกิดปัญหาทางสายตาได้ จากการที่เปลือกตาบนมากดทับกระจกตาดำ ทำให้กระจกตาดำโค้งผิดรูป ก่อให้เกิดภาวะสายตาเอียงและนำไปสู่ปัญหาในการมองเห็น โดยเฉพาะในเด็กอาจเกิดภาวะสายตาขี้เกียจตามมาจากการที่มีสายตาเอียงหรือหนังตาที่ตกบดบังรูม่านตา

 

สาเหตุของภาวะหนังตาตก
ภาวะหนังตาตก สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามอายุที่เกิดขึ้น

1.ภาวะหนังตาตกตั้งแต่กําเนิด (Congenital Ptosis)
ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากความผิดปกติของพัฒนาการของกล้ามเนื้อยกเปิดเปลือกตาบน
พบว่ามีเส้นใยกล้ามเนื้อบางกว่าปกติและมีชั้นไขมันเข้าไปแทรกแทนที่ มักพบว่าลักษณะชั้นของเปลือกตานั้นหายไป
เด็กจะมีท่าทางเงยหน้าเชิดคางเมื่อต้องการใช้สายตา
ภาวะหนังตาตกในเด็กถือว่าเป็นภาวะที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากนําไปสู่ภาวะสายตาขี้เกียจ
ระบบการมองเห็นไม่ได้รับการกระตุ้นเต็มที่จากเปลือกตาบนลงมาบังรูม่านตาปิดบังการมองเห็น
หรือเปลือกตาที่ตกทําให้เกิดสายตาผิดปกติ
นอกจากนี้ภาวะหนังตาตกตั้งแต่กําเนิดเกือบทุกรายจะไม่มีอาการดีขึ้นเอง การปล่อยปละละเลยจน
กระทั่งเด็กเริ่มเข้าสังคมเข้าโรงเรียนอาจจะทําให้เด็กเกิดปัญหาในการเรียน
การรักษา ส่วนใหญ่ต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการผ่าตัดแก้ไขขึ้นอยู่กับความรุนแรงของหนังตาตกซึ่งจักษุแพทย์ผู้ทําการรักษาจะมีการประเมินอ
ย่างละเอียด หากภาวะหนังตาตกไม่ได้รุนแรงมาก สามารถรอให้เด็กโตขึ้นจนถึงวัยที่สามารถตรวจเด็กได้ละเอียดมากขึ้น
อายุที่เหมาะ ประมาณ3-4ปีซึ่งเป็นวัยก่อนเข้าโรงเรียน

2.ภาวะหนังตาตกที่เกิดขึ้นภายหลัง (Acquired Ptosis) มีสาเหตุ ได้แก่
– กล้ามเนื้อเปลือกตาผิดปกติ
– เส้นเอ็นกล้ามเนื้อเปลือกตาผิดปกติ ได้แก่ เส้นเอ็นกล้ามเนื้อหย่อนยานในผู้สูงอายุ

เส้นเอ็นกล้ามเนื้อยืดหลุดจากตําแหน่งปกติ เช่น ในคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ คนที่มีภาวะภูมิแพ้มักมีการขยี้ตาบ่อย
คนที่ได้รับอุบัติเหตุกระแทกตา
– ระบบประสาทที่ควบคุมการทํางานของกล้ามเนื้อมีความผิดปกติ ได้แก่ ภาวะเส้นประสาทคู่ที่ 3 อ่อนแรง
การได้รับอุบัติเหตุสมองกระทบกระเทือน โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง เส้นประสาทอัตโนมัติ
ชนิดซิมพาเทติกผิดปกติ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงMyasthenia Gravis

 

ภาวะหนังตาตกเทียม (Pseudoptosis)

ภาวะหนังตาตก (Blepharoptosis) จําเป็นต้องแยกออกจาก ภาวะหนังตาตกเทียม (Pseudoptosis) ซึ่งก็คือภาวะหรือสาเหตุใดก็ตามที่ดูเสมือนว่าระดับหนังตาอยู่ต่ำกว่าปกติ แต่ไม่ได้มีปัญหาผิดปกติที่การทํางานของกล้ามเนื้อเปลือกตา และภาวะหนังตาตกดีขึ้นได้เมื่อแก้ไขสาเหตุนั้นแล้ว อาทิเช่น
1. ภาวะลูกตาผิดปกติ ได้แก่ ภาวะไม่มีลูกตา ลูกตาปลอมที่มีขนาดเล็กกว่าปกติ ตําแหน่งของลูกตายุบ ลง อาจมีสาเหตุมาจากกระดูกเบ้าตาแตก ไขมันในโพรงเบ้าตาฝ่อหาย ลูกต้ามีขนาดเล็กกว่าปกติ ลูกตาฝ่อ กระจกตาแบนราบภาวะตาเขลงล่าง ภาวะตาเขขึ้นบนในตาอีกข้าง

2. ภาวะเปลือกตาผิดปกติ ได้แก่ ภาวะอักเสบที่เกิดจากเปลือกตาอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ เปลือกตาบวม สิ่งแปลกปลอมที่กระจกตา การใส่คอนแทคเลนส์ ไซนัสอักเสบ ภาวะเนื้องอกที่เปลือกตา ภาวะแผลเป็นที่เปลือกตาที่เกิดจากอุบัติเหตุกระแทกตาจากวัตถุมีคมและไม่มีคม หรืออุบัติเหตุการไหม้ที่เปลือกตาจากความร้อนและสารเคมี ภาวะเนื้องอกของต่อมน้ําตา

3. ภาวะหนังตาบนหย่อน มีไขมันสะสมที่เปลือกตาบน

4. ภาวะกล้ามเนื้อตาผิดปกติ ตาเขขึ้นบนหรือลงล่าง

5. โรคกล้ามเนื้อตากระตุก โรคกล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกกระตุก

6. ตาอีกข้างโปน เปลือกตาอีกข้างอยู่สูงกว่าปกติ