Onycholysis ปลายเล็บร่น

Onycholysis

ภาวะที่เล็บแยกออกจากผิวหนัง เนื่องจากการบาดเจ็บหรือการติดเชื้อ ปลายเล็บร่น Onycholysis ชึ่งนอกจากนั้นอาจมีสาเหตุจากปัจจัยอื่น ๆ อีก ซึ่งถึงแม้อาการ ปลายเล็บร่น จะยังไม่ร้ายแรงอะไร แต่การดูแลรักษาให้หายก็เป็นเรื่องสำคัญ

คำจำกัดความของ ปลายเล็บร่น

ปลายเล็บร่น เป็นศัพท์ทางการแพทย์ เมื่อเล็บมีการแยกออกจากผิวหนังที่อยู่ข้างใต้ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาการนี้เป็นอยู่หลายเดือน เนื่องจากเล็บมือเล็บเท้าจะไม่ติดกลับเข้าไปยังฐานเล็บที่อยู่ใต้เล็บ เมื่อเล็บใหม่งอกขึ้นมาแทนที่เล็บเก่า โดยเล็บมือจะใช้เวลา 4-6 เดือนในการงอกใหม่ ส่วนเล็บเท้าอาจจะใช้เวลา 8-12 เดือน

สาเหตุของ ปลายเล็บร่น

สาเหตุของ ปลายเล็บร่น มักเกิดจากการบาดเจ็บ เช่นการสวมรองเท้าที่คับจนเกิดไป นอกจากนั้นอาการนี้อาจะเป็นผลมาจากการแพ้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเล็บ เช่น น้ำยาล้างเล็บเคมี ปลายเล็บร่นอาจเป็นอาการของเชื้อราที่เล็บหรือโรคสะเก็ดเงิน
ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ การบาดเจ็บ หรือ ปฏิกิริยาต่อยา แม้แต่การเคาะเล็บซ้ำ เหมือนตีกลองก็ก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้เช่นกัน  ซึ่งบางครั้งปลายเล็บร่น อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อยีสต์ที่ร้ายแรง หรือโรคต่อมไทรอยด์ ยังอาจเกิดจากคุณได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุที่จำเป็นไม่เพียงพอ

การรักษา ปลายเล็บร่น

การรักษาขั้นพื้นฐานคือ การตัดเล็บให้สั้นพอดี ไม่ให้ตัดเล็บส่วนลึกมากจนเกินไป เมื่อเล็บส่วนที่ได้รับผลกระทบของอาการ ปลายเล็บร่น งอกออกมา คุณจะสามารถตัดเล็บที่ร่นออกได้ ในขณะที่เล็บใหม่จะงอกเข้ามาแทนที่  นอกจากนี้การรักษาปลายเล็บร่นยังสามารถทำได้โดย

 

การรักษาสภาพพื้นฐาน

สาเหตุของปลายเล็บร่น จนทำให้เล็บแยกออกจากเนื้อต้องได้รับการวินิจฉัยเสียก่อนที่อาการที่เกิดขึ้นจะหยุดลง หากคุณมีอาการปลายเล็บร่น และเป็นซ้ำ ๆ อาจต้องได้รับการวินิจฉัยและได้รับใบสั่งยาเพื่อทำการรักษาต่อไป ซึ่งอาการของปลายเล็บร่นร้อยละ 50 จะเกิดกับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินมีอาการร่วมด้วย
สำหรับเล็บที่ได้รับผลกระทบจากโรคสะเก็ดเงิน แพทย์อาจสั่งวิตามินดีหรือคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ เพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงินที่เล็บ นอกจากนั้น การตรวจเลือดอาจแสดงให้เห็นว่าคุณมีภาวะต่อมไทรอยด์หรือขาดวิตามินหรือไม่ อาจทำให้เกิดอาหารปลายเล็บร่นได้

การรักษาเองก่อนได้

ในเบื้องต้นคุณสามารถรักษาอาการปลายเล็บร่นได้เอง โดยอย่าพยายามทำความสะอาดใต้เล็บมากไป เพราะมันอาจทำให้แบคทีเรียลงไปใต้เล็บลึกกว่าเดิม โดยจากการศึกษาในปี 2013 แสดงให้เห็นว่า ทีทรีออยล์ สามารถช่วยรักษาเชื้อราและการติดเชื้อยีสต์ที่เกิดขึ้นใต้เล็บได้ โดยการใช้ส่วนผสมของทีทรีออยล์ที่เจือจางด้วยน้ำมันตัวพา เช่นโจโจ้บาออย หรือน้ำมันมะพร้าว อาจช่วยกำจัดเชื้อราได้

การดูแลและการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต

เพราะอาการปลายเล็บร่นอาจมีผลมาจากความไวของผิวหนังต่อผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเล็บ อะคริลิก อะซิโตน ที่ใช้ในการทำเล็บมือและเล็บเท้า หากคุณมีอาการแพ้ขอแนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงการเข้าร้านทำเล็บ หันมาเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารก่อภูมิแพ้ในการทาเล็บเอง ส่วนการใช้เล็บปลอมติดกับเล็บอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของฐานเล็บได้ ส่งผลให้เกิดปลายเล็บร่น ได้เช่นกัน และหากคุณมีเชื้อราหรือยีสต์ที่ก่อให้เกิดอาการปลายเล็บร่น คุณสามารถหยุดยั้งการแพร่กระจายได้โดยอย่ากัดเล็บเพราะจทำให้โรคลุกลามจากเล็บหนึ่งไปอีกเล็บหนึ่ง และถ้าเกิดอาการปลายเล็บร่นที่เล็บเท้า ให้คุณสวมถุงเท้าที่สะอาดและให้เท้าได้สัมผัสกับอากาศแห้งให้มากที่สุด
เมื่อเล็บได้รับการปฏิบัติอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงในสิ่งที่จะก่อให้เกิดปลายเล็บร่นเล็บของคุณก็จะสวยงามได้อย่างแข็งแรง
 
หากท่านใดมีอาการของปลายเล็บร่นและอยากปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการรักษาเฉพาะทางที่ถูกวิธีได้ที่ ศูนย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เซเว่น พลัส.   เราสามารถรักษาให้หายขาดได้ไม่ให้มีอาการกลับมาอีกต่อไป
ที่ ศูนย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เซเว่น พลัส. มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน การรักษาเล็บ เล็บขบ ขอบเล็บอักเสบ รวมถึงรักษาโรคผิวหนัง โรคภูมิแพ้ผิวหนังที่เน้นความโดดเด่นในการรักษาโรคผม เล็บ ผิวหนัง โดยเฉพาะ ทางศูนย์แพทย์เฉพาะทางของเรายินดีต้อนรับทุกท่าน พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำทางด้านโรคผิวหนัง โรคผม เล็บ ผิวหนังให้แก่ท่าน และพร้อมบริการท่านด้วยความรักและความห่วงใยท่านเป็นพิเศษ ขอเพียงท่านติดต่อเข้ามาหาเราที่เบอร์โทรศัพท์ 02-005-5552 หรือ ดูรายละเอียดบนแฟนเพจของเราได้ https://www.facebook.com/SevenPlusClinic
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
ศูนย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เซเว่น พลัส
ศูนย์รักษาโรคผิวหนัง ผม เล็บ
https://goo.gl/maps/czdiMi4GzERHFTGk9
โทร 02-005-5552
มือถือ 094-924-2294
Line id: @sevenplusclinic
 

 

 

 

 

อาการของ ปลายเล็บร่น

เล็บของคุณจะเริ่มลอกขึ้นด้านบน หลุดจากฐานเล็บที่อยู่ข้างใต้ โดยปกติจะไม่มีอาการเจ็บปวดในขณะที่เกิดขึ้น โดยเล็บที่ได้รับผลกระทบอาจกลายเป็นสีเหลือง สีเขียว สีม่วง สีขาว หรือสีเทา ขึ้นอยู่กับสาเหตุ